2026-09-19
ผ่าตัดกล้ามเนื้อตา (Ptosis Correction) หากรู้สึกตาหนักและดูง่วงเพลีย ต้องเริ่มจากการหาสาเหตุ
หากตาดูหนักและง่วงเพลีย อาจไม่ได้เป็นแค่เรื่องรูปทรงดวงตา แต่อาจเกิดจากหนังตาตกหรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ค้นหาสาเหตุและแนวทางการวางแผนผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาให้สวยเป็นธรรมชาติ

※ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์
มิได้อยู่ภายใต้การพิจารณาตรวจสอบตามมาตรา 56 วรรค 2 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์เกาหลี
และขอแจ้งให้ทราบว่าไม่ใช่โพสต์โฆษณาที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการพิจารณา
สวัสดีครับ
ผม นพ. พัคจองกึน
ผู้อำนวยการ Face Plus Plastic Surgery ครับ

หากคุณมักจะรู้สึกว่าดวงตาหนักอึ้ง
หรือแม้ว่าจะพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว
คนรอบข้างก็ยังทักว่าดูเหนื่อยล้าอยู่เสมอ
หลายคนมักคิดว่านี่เป็นเพียงปัญหาของรูปทรงดวงตา
แต่ในกรณีที่หนังตาบนตกลงมา
หรือแรงในการลืมตามีไม่เพียงพอ
ก็สามารถทำให้ดูมีสีหน้าเหนื่อยล้าเช่นนี้ได้เหมือนกันครับ
ในเวลานี้ แทนที่จะเปลี่ยนรูปตาเพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจดูสภาพเปลือกตาในปัจจุบัน
และหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน
การผ่าตัดกล้ามเนื้อตา (Ptosis Correction) นั้น
แทนที่จะทำเพียงเพื่อต้องการให้ตาโตขึ้น
แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบโครงสร้างและการทำงานของเปลือกตา

เพื่อวางแผนแนวทางที่เหมาะสมและจำเป็น
สำหรับแต่ละบุคคลอย่างแท้จริงครับ
สารบัญ | ||
1. สาเหตุที่ทำให้ดวงตาดูหนักอึ้ง 2. ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คืออะไร? 3. วางแผนการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอย่างไร? 4. ข้อควรตรวจสอบก่อนการผ่าตัด |
1. สาเหตุที่ทำให้ดวงตาดูหนักอึ้ง
การที่ดวงตาดูอึดอัด อ่อนเพลีย
ไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเดียวกันในทุกคนครับ

ในกรณีที่ผิวหนังเปลือกตาบนหย่อนคล้อย
หรือตำแหน่งของคิ้วต่ำลง
ก็สามารถทำให้ดวงตาดูหนักอึ้งได้เช่นกัน
ในทางกลับกัน หากฟังก์ชันการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกเปลือกตา
มีไม่เพียงพอ
ก็อาจส่งผลให้ตาดำถูกบดบังไปมากได้

บางคนอาจมีพฤติกรรมเกร็งหน้าผาก
หรือยกคิ้วขึ้นเวลาลืมตาโดยไม่รู้ตัวร่วมด้วย
ดังนั้น หากกำลังพิจารณาผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตา
จึงไม่ควรดูเพียงรูปทรงตาภายนอก
แต่ต้องตรวจเช็กประสิทธิภาพในการลืมตาด้วยครับ
2. ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คืออะไร?
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยทั่วไป
หมายถึงภาวะที่เปลือกตาบน
ตกลงมาต่ำกว่าตำแหน่งปกติ

ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง หากตาดำด้านบนถูกบดบัง
ก็อาจทำให้ดูง่วงนอน
หรือสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเหนื่อยล้าได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสับสนระหว่างภาวะผิวหนังหย่อนคล้อยธรรมดากับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
การที่ผิวหนังหย่อนตัวลงมาปิดตา
กับตำแหน่งขอบเปลือกตาที่อยู่ต่ำกว่าปกติ
มีทั้งสาเหตุและวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นก่อนผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตา
จึงต้องประเมินปริมาณผิวหนังเปลือกตา ตำแหน่งคิ้ว
และแรงในการลืมตาควบคู่กัน

นอกจากนี้ ระดับความสูงของตาทั้งสองข้าง
และความแตกต่างในการเคลื่อนไหวของเปลือกตา
ก็เป็นจุดที่สำคัญที่ต้องตรวจเช็กอย่างละเอียดครับ
3. วางแผนการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอย่างไร?
การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันกับทุกคนได้
แต่ต้องวางแผนโดยอิงจากสภาพปัจจุบันของแต่ละบุคคล

อันดับแรก ต้องประเมินแรงในการยกเปลือกตา
ว่ามีมากน้อยเพียงใด
และตรวจสอบระดับการเปิดเผยของตาดำ
ตรวจดูความแตกต่างของระดับตาทั้งสองข้าง
รวมถึงกล้ามเนื้อที่ใช้ในขณะลืมตา
นอกจากนี้ สัดส่วนความกว้าง-ความยาวของดวงตา
และระยะห่างระหว่างคิ้วกับเปลือกตา
ความสมดุลโดยรวมก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
แทนที่จะพยายามทำให้ดวงตาโตมากเกินไป
ควรคำนึงถึงรูปตาที่รับกับใบหน้าเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ

ดังนั้น วิธีการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา
และระดับของการปรับแก้ไขจึงแตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างดวงตาของแต่ละคน
4. ข้อควรตรวจสอบก่อนการผ่าตัด
เพียงเพราะดวงตาดูหนักหรือเหนื่อยล้า
ยังไม่สามารถตัดสินได้ทันทีว่า
จำเป็นต้องผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเสมอไปครับ
อาจเป็นเพราะความหย่อนคล้อยของผิวเปลือกตา
ที่ทำให้ดูหนักอึ้ง
หรืออาจเป็นผลมาจากตำแหน่งของคิ้วก็เป็นได้
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยหลายอย่างอาจส่งผลร่วมกัน
เช่น ความสูงของตาสองข้าง หรือความเคยชินในการลืมตา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่แรงลืมตาเท่านั้น
แต่ยังต้องตรวจดูพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อหน้าผาก
และการเคลื่อนไหวของเปลือกตาด้วย

การประเมินสิ่งเหล่านี้อย่างครอบคลุม
จะช่วยให้สามารถวางแผนแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันได้อย่างตรงจุด
สรุปแล้ว สิ่งสำคัญในการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา
ไม่ใช่แค่การทำให้ตาโตขึ้นเท่านั้น
แต่ต้องทำความเข้าใจว่าทำไมตาถึงดูหนักอึ้ง
และพิจารณาโครงสร้างรวมถึงการทำงานของดวงตาแต่ละบุคคล
เพื่อวางแผนวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด
เนื่องจากวิธีการผ่าตัดและระยะเวลาการพักฟื้นของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
จึงแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาและการวินิจฉัยอย่างละเอียด

เพื่อตรวจสอบสภาพของตนเองให้ชัดเจนก่อน
แล้วจึงค่อยตัดสินใจทำการผ่าตัดครับ
- เวลาทำการ -
วันธรรมดา 9:00 ~ 18:00 วันเสาร์ 9:00 ~ 16:00 วันหยุดนักขัตฤกษ์ / วันอาทิตย์ ปิดทำการ |
- ช่องทางการติดต่อ -
Face Plus Plastic Surgery | ||
โทรปรึกษา : 02-541-8500 สอบถาม : ปรึกษาผ่าน KakaoTalk |
- การเดินทาง -
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าตาดูหนักและดูเหนื่อยล้า ถือว่าเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ใช่ครับ การที่ดวงตาดูหนักอึ้งไม่ได้หมายความว่าเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทั้งหมด หากผิวหนังเปลือกตาบนหย่อนคล้อยหรือตำแหน่งคิ้วต่ำก็ทำให้ดูเหนื่อยล้าได้เช่นกัน หรืออาจเกิดจากแรงยกเปลือกตาไม่เพียงพอจนตาดำถูกบดบัง ดังนั้นการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจึงต้องมาก่อน
หนังตาตกธรรมดา กับ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองอาการมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในด้านสาเหตุและแนวทางการรักษาครับ หนังตาตกธรรมดาคือผิวหนังหย่อนคล้อยลงมาบดบังดวงตา ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคือขอบเปลือกตาอยู่ต่ำกว่าปกติ จึงจำเป็นต้องประเมินทั้งแรงในการลืมตาและการเคลื่อนไหวของเปลือกตาอย่างครอบคลุม
เมื่อวางแผนผ่าตัดกล้ามเนื้อตา ต้องตรวจสอบจุดใดเป็นหลัก?
โดยพื้นฐานจะตรวจเช็กแรงในการยกเปลือกตาและระดับการเปิดเผยของตาดำครับ ร่วมกับการประเมินความแตกต่างของระดับตาทั้งสองข้าง พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากหรือคิ้วช่วยลืมตา สัดส่วนกว้างยาวของดวงตา และระยะห่างระหว่างคิ้วกับเปลือกตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รับกับใบหน้า
การผ่าตัดกล้ามเนื้อตา คือการผ่าตัดเพื่อทำให้ตาโตขึ้นใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ครับ จุดประสงค์หลักของการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ดวงตาโตขึ้น แต่เป็นการตรวจสอบโครงสร้างและการทำงานของเปลือกตาเพื่อแก้ไขสาเหตุที่ทำให้ตาหนักอึ้ง และสร้างรูปทรงดวงตาที่สวยงามเป็นธรรมชาติรับกับใบหน้าเดิมของคนไข้ครับ